– รีวิว ViVO Legacy-SE Gen.3 โดยนิตยสาร The Wave

ครั้งแรกที่ได้รับเครื่องไฮเดฟ ViVO Legacy-SE มา ยังงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะจำได้ว่าเครื่องเล่น ViVO Legacy ได้ผ่านการทดสอบมาตั้งแต่รุ่นแรกที่ยังเป็นสเป๊กเดิมๆ จากโรงงานเมื่อต้นปี 2011 และได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Wave ฉบับที่ 67 ไปแล้ว และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือน ก็ได้ทดสอบ ViVO Legacy-SE ซึ่งเป็น Special Edition ที่ผ่านการโมดิฟายด์เพื่อให้คุณภาพสูงยิ่งขึ้นไปแล้วเช่นกัน ที่งงคือไม่แน่ใจว่าตกลงผมจำผิดหรือว่ามีอะไรใหม่ เพราะดูจากข้างกล่องแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงจากรุ่น Special Edition ที่ทดสอบไปก่อนหน้านั้น แต่…ที่ทำให้ยิ่งงงหนักเข้าไปอีกก็คือ ยังไม่ทันหายงงกับเครื่องที่ได้รับมายังไม่ได้ลงมือทดสอบอะไรเลย ทางตัวแทนจำหน่ายก็ส่ง ViVO Legacy-SE มาอีกตัว แถมบอกว่า ให้ทดสอบตัวหลังนี้ เพราะเป็นรุ่นใหม่กว่า แต่เท่าที่ดูจากฉลากหรือภายนอก ยังไงทั้งสองตัวก็เป็นรุ่นเดียวกัน

ในที่สุดก็ได้คำชี้แจงจากตัวแทนจำหน่าย ดิจิตอล โปร ว่าทั้งสองเครื่องต่างกันตรงที่เครื่องแรกที่ส่งมาเป็นรุ่น Generation 2 ส่วนตัวหลังสุดเป็นรุ่น Generation 3 ซึ่งเพิ่งทำเสร็จสดๆ ร้อนๆ โดยมีการอัพเกรดด้วยวิธีเดิมคือ การต่อภาคจ่ายไฟสู่เมนบอร์ดโดยตรงโดยไม่ผ่านสวิตช์เปิด-ปิด เพื่อให้กระแสไฟมีความสะอาดยิ่งขึ้น ลดการรบกวนของสัญญาณต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของทั้งภาพและเสียงโดยรวมโดยเฉพาะในแง่ของภาพจะสัมผัสรับรู้ได้ง่ายกว่า อีกส่วนหนึ่งคือ การเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในเครื่องให้เป็นออดิโอเกรด เช่น พวกตัวเก็บประจุต่างๆ โดย Gen.3 นี้ จะใช้อุปกรณ์ที่คุณภาพดียิ่งขึ้นจากสองรุ่นก่อน และในรุ่น Gen.3 นี้ ยังได้ตัดฟังกชั่นของอินเทอร์เน็ตออกไป คงมีช่องต่อแลนเพื่ออัพเกรดเฟิร์มแวร์กับสื่อต่างๆ ในเครือข่ายแลนเป็นหลัก เรียกว่า ทำขึ้นมาเพื่อสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพของไฮเดฟแบบเต็มทุกเม็ดจริงๆ โดยไม่เน้นลูกเล่นที่หวือหวา ซึ่งถ้าหากใครต้องการในส่วนของคอนเทนต์อินเทอร์เน็ตนั้น ทางบริษัทมีรุ่น ViVO CuteS ซึ่งเป็นรุ่นเล็กจิ๋วแต่แจ๋วรองรับได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว

ในด้านของฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นๆ นั้น ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อาทิ ช่องต่อ eSATA, USB 3.0, ช่องต่อคอมโพเนนต์ คอมโพสิต, HDMI, Coaxial, S/PDIF Digital และเพิ่มความพิถีพิถันด้วยการชุบทองเพื่อประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่ดีกว่า และที่ขาดไม่ได้คือ ช่องต่อ RJ45 หรือช่องต่อแลน ส่วนตัวประมวลผลยังคงเป็นชิปเซ็ต SMP8643 ของ Sigma Design โดยมีหน่วยความจำที่ฝังมากับชิป 512 MB. อันเป็นหน่วยประมวลผลความเร็ว 667 MHz. เหมือนเดิม (สำหรับรายละเอียดอื่นๆ กรุณาหาอ่านจาก The Wave ฉบับที่ 67 เพื่อไม่เป็นการกล่าวซ้ำเรื่องเดิมๆ มากนัก)

การได้เห็น ViVO Legacy-SE Gen.3 นี้ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตัวแทนจำหน่ายที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับในสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งก่อนหน้านั้น ตั้งแต่รุ่นแรกๆ ก็มีการพัฒนาเฟิร์มแวร์ด้วยการเสริมคอนเทนต์ภาษาไทยเพื่อตรงกับรสนิยมชาวไทยที่สุด ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่หายากสำหรับตัวแทนเครื่องเล่นไฮเดฟ เพราะถ้าไม่ใช่เป็นการสั่งเข้าตามยี่ห้อผู้ผลิต ก็จ้างผลิตภายใต้ยี่ห้อตัวเอง (OEM) แต่ปัญหาส่วนใหญ่ก็คือ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสเป๊กหรือข้อกำหนดของโรงงานผู้ผลิต ซึ่งต้องคำนึงถึงตลาดโลกโดยรวม จึงยากที่จะทำให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ อย่างที่ ViVO ได้ทำ ดังที่เรามักจะเห็นเครื่องเล่นไฮเดฟส่วนใหญ่นั้น ตัวเฟิร์มแวร์จะบรรจุคอนเทนต์ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก หรือเป็นภาษาที่ตัวเองไม่สันทัดเอาเลย เช่น ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ หรือเว็บไซต์ต่างประเทศที่ไม่เปิดให้บริการในประเทศไทย เป็นต้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในส่วนของการอัพเกรดด้านฮาร์ดแวร์เลย ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นแต่ว่าจะมีปริมาณการสั่งซื้อมากพอที่จะต่อรองทางผู้ผลิตได้

Test Report

เนื่องจากเครื่องทดสอบนี้ ตามคำบอกเล่าของตัวแทนจำหน่ายว่า เป็นเครื่องที่ทำเสร็จหมาดๆ จึงต้องผ่านการเบิร์นอินให้เข้าที่เข้าทางสักระยะหนึ่งก่อน หลังจากที่เบิร์นอินไปได้ประมาณ 40 ชั่วโมงคิดว่าน่าจะพอเข้าที่เข้าทางแล้ว จึงจัดการต่อสายสัญญาณ HDMI ของ Merrex Kable เข้ากับจอทีวีพลาสม่า เมื่อเปิดมานั้น หน้าจอยังคงรูปแบบที่แลดูสะอาดเรียบง่ายของพื้นสีฟ้ากับเมนูหลังด้านซ้ายมือ สิ่งที่สังเกตคือ การตอบสนองของเมนูเมื่อกดรีโมตแต่ละครั้งนั้นจัดว่าค่อนข้างช้า แรกๆ อาจไม่คุ้นเคยจนต้องกดซ้ำ เลยกลายเป็นกระโดดข้ามเมนูไปเลย

เริ่มด้วยการเล่นวิดีโอไฮเดฟของ BBC Motion Gallery ซึ่งเป็นสารคดีเรื่องราวเกี่ยวกับดอกไม้นานาพรรณในลักษณะของการถ่ายภาพช้า โดยปกติสีสันของ Sigma SMP8643 ก็ให้สีสันที่เป็นธรรมชาติได้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยการอัพเกรดในส่วนต่างๆ ยิ่งทำให้ภาพแลดูมีความอิ่มของสีสันที่ดีมากๆ สีเหลือง สีแดง สีเขียว ที่ไม่สดจนดูเวอร์เกินจริง ในขณะที่มีความสว่างและให้รายละเอียดของกลีบดอก เกสรดอกไม้ได้นิ่มนวลสวยงาม และสิ่งที่สังเกตเห็นถึงความแตกต่างคือ ด้านการชัดลึกของภาพที่มีความลึก มีมิติดีมาก ยิ่งเมื่อดูจากสารคดีท่องญีปุ่น เมื่อถ่ายถึงต้นไม้ กิ่งไม้ แทบจะเหมือนกับเสียดแทงหลุดจอออกมา ดังนั้นหากใครที่ชอบชมภาพระบบสามมิติ (แต่ชมภาพสองมิติ) ก็จะได้ภาพที่มีมิติหลุดลอยออกมาได้ดีจนคุณอาจลืมไปคิดว่าเป็นภาพยนตร์สามมิติแท้ๆ

จากภาพยนตร์เรื่อง Real Steel ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ถือว่าครบสุตร กล่าวคือ มีทั้งฉากแอ๊คชั่นที่ฉับไว ฉากกลางแจ้ง และในที่ร่มแสงสลัว และที่สำคัญคือระบบเสียงที่หนักแน่นเร้าใจ รายละเอียดต่างๆ แม้ในฉากที่มีแบ๊กกราวนด์ค่อนข้างมืดสามารถแยกแยะออกมาได้โดยไม่จมหายไป ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ มีความต่อเนื่องไหลลื่นดี จนยากจะจับผิดหารอยหยักเจอ นอกจากมิติความลึกของภาพที่ทำได้อย่างน่าทึ่งแล้ว สิ่งที่ต้องยกนิ้วให้อีกเรื่องคือ ระบบเสียง เสียงโลหะหนักที่กระแทกให้ความรู้สึกถึงความหนัก ความแรงได้ดีเหลือเกิน ส่วนเสียงในย่านความถี่สูงก็ไม่ทำให้รู้สึกถึงการเสียดแทงจนรำคาญหู

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด เชื่อว่าทุกคนที่ได้สัมผัสกับหูและตาของตัวเองล้วนแต่เห็นพ้องต้องกัน แต่เพื่อเป็นการยืนยัวว่าไม่ได้คิดไปเอง หรืออุปทานเนื่องจากเห็นว่ามีการอัพเกรดอุปกรณ์แล้ว อย่างที่กล่าวมาข้างต้นที่ทางตัวแทนจำหน่ายได้นำเครื่อง ViVO Legacy-SE ส่งมาให้ถึงสองเครื่องสองเวอร์ชั่น เลยต้องถือโอกาสทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพเพื่อเห็นกันจะๆ โดยใช้อุปกรณ์ชุดเดิมทุกอย่าง ภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน ฉากเดียวกัน สิ่งที่สังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนคือ เรื่องความเต็มอิ่มของสีสัน กล่าวคือ ผมชอบสีของเครื่อง Gen.3 ที่ดูมีความสดอิ่มเป็นธรรมชาติมากกว่า อีกเรื่องคือในมิติความลึกของภาพจะดีกว่า ส่วนด้านเสียงนั้น อาจแยกแยะยากสักนิด ยกเว้นแต่จะได้เอวีแอมป์และลำโพงที่มีพลังในการขับรายละเอียดได้ดีกว่านี้ แต่รวมๆ แล้วถือว่าเป็นการอัพเกรดที่เห็นผลได้ค่อนข้างชัดเจน คุ้มค่ากับการเสียเงินเพิ่มอีกสองพันกว่าบาทในการอัพเกรด เพื่อให้ได้คุณภาพอย่างเต็มเปี่ยมจนเฉียดๆ เข้าใกล้กับเครื่องเล่นบลู-เรย์ระดับไฮเอนด์ราคาหลายหมื่นบาทแล้ว

ณ ตรงนี้ ผมก็ยังคงยืนยันถึงคุณภาพอันเต็มเปี่ยมของ ViVO Legacy ตัวนี้เช่นเดิม ไม่ว่าคุณจะซื้อในเวอร์ชั่นมาตรฐาน ซึ่งมีพื้นฐานมาดีอยู่แล้ว แต่ต้องการประหยัดงบประมาณ ส่วนใครที่ต้องการจะอัดให้เต็มประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มงบอีกสองพันกว่าบาทก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนที่แลกคุณภาพกลับมา (ถ้าตีเป็นเม็ดเงินได้) เป็นหมื่นทีเดียว และที่สำคัญคือ ความสบายใจที่ได้รับการดูแลจากตัวแทนจำหน่ายอย่างดี หลังจากที่ซื้อไปแล้ว…

โดย tawatchai m.sakulrit

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: