– ViVO LEGACY : The Legacy of High Definition Lovers

 

– ทดสอบ ViVO Cool! ยังไม่ทันนำเครื่องไปคืน ก็ได้เห็นตัว ViVO Legacy เครื่องต้นแบบเมื่อตอนปลายเดือนมกราคม ในวันที่ทางบริษัททำการเปิดสำนักงานและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่อาคาร Master View ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีหมายกำหนดการที่แน่นอนสำหรับเจ้าตัว Legacy ว่าจะถึงมือให้ได้ยลโฉมเมื่อไร เพียงคล้อยหลังไปไม่เท่าไร สิ้นเสียงปะทัดฉลองตรุษจีนเสร็จ ViVO Legacy ก็มาถึงมือให้ทดสอบแล้ว เรียกว่าทำงานกันอย่างฉับไว เข้มแข็งสไตล์ทีมงานหนุ่มสาวยุคใหม่ หน้าตาของ ViVO Legacy ได้รับการออกแบบแตกต่างจากรุ่นก่อนๆ โดยรุ่นนี้ใช้ตัวกล่องพลาสติกสีดำพร้อมแผงหน้าปัดโค้งมนเล็กน้อย และคาดด้วยแถบไฟบอกสถานะ แต่จะไม่มีจอดิสเพลย์แสดงตัวหนังสือ ไฟบอกสถานะจะแบ่งเป็นสีฟ้า (ในโหมดทำงานปกติ) และสีแดง (โหมดปิดการใช้งาน/สแตนด์บาย) แต่ที่พิเศษคือ เราสามารถเปิด/ปิดไฟนี้ได้จากรีโมตคอนโทรล หากใครไม่ต้องการให้แสงไฟรบกวนสายตาระหว่างชมภาพยนตร์

– การติดตั้งฮาร์ดดิสก์นั้น ViVO Legacy ออกแบบให้ใส่เข้าไปในตัวเครื่องโดยมีที่เปิดปิดที่ใส่ฮาร์ดดิสก์ด้านขวามือ และมีความสะดวกและง่ายมากๆ ขอเพียงอย่าใส่กลับหัวท้ายหรือหงายผิดด้าน เมื่อนำฮาร์ดดิสก์ใส่เข้าช่องแล้วปิดที่ล็อก เป็นอันว่าใช้ได้แน่นอน ในส่วนของช่องต่อฮาร์ดดิสก์นั้น ViVO Legacy ให้มาแบบเต็มอัตราศึกจริงๆ เพราะนอกจากใส่ภายในเครื่องแล้ว ยังมีช่องต่อ eSATA และ SATA ต่อที่ด้านหลังเครื่องอีกอย่างละช่อง ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงสำหรับช่องต่อทั้งสองแบบนี้ กล่าวคือ eSATA สำหรับต่อกับฮาร์ดดิสก์หรืออุปกรณ์แบบ External นั่นหมายความว่า จะต้องผลิตมาสำหรับติดตั้งภายนอกโดยเฉพาะ หรือไม่เราก็ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น Harddisk Docking ส่วน SATA คือช่องต่อสำหรับฮาร์ดดิสก์หรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับต่อภายใน (ขอให้คิดถึงภายในเครื่องพีซีของเรา อย่าไปมองที่วางข้างนอกหรือข้างใน เพราะเรามองในแง่ของเทคนิคการต่อเชื่อม ไม่ได้มองด้านกายภาพ) เช่น ฮาร์ดดิสก์แบบ SATA, DVD-ROM เป็นต้น โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมแต่อย่างใด ใช้ต่อกับในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างไรก็ต่ออย่างนั้นกับ ViVO Legacy ได้เลย

– นอกจากการต่อฮาร์ดดิสก์ที่ให้มามากอย่างจุใจแล้ว ยังมีช่องต่อยูเอสบีอีกสามช่อง (ด้านหลัง 2 ด้านซ้ายอีก 1) และช่องอ่านเมโมรีการ์ด หากต้องการถ่ายโอนข้อมูลระหว่าง ViVO Legacy กับเครื่องพีซี และถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณสนับสนุน USB 3.0 ด้วย นั้นหมายความว่า คุณสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงถึง 4.7 กิกะบิตต่อวินาที หรือเร็วกว่า 2.0 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประมาณ 10 เท่า ส่วนช่องต่อด้านภาพและเสียงแล้ว ก็ให้มาครบทั้งคอมโพเนนต์ คอมโพสิต HDMI, Coaxial, S/PDIF Digital และเพิ่มความพิถีพิถันด้วยการชุบทองเพื่อประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่ดีกว่า และที่ขาดไม่ดีคือ ช่องต่อ RJ45 หรือช่องต่อแลน สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเวลาเล่นไฟล์ BD Full Rip โดยเรียกอ่านรายละเอียดของ BD-Live และใช้ต่อกับเครือข่ายแลนเพื่อสตรีมมิ่งไฟล์ต่างๆ ในวงแลนของเรา

– สิ่งที่แตกต่างจาก ViVO ทุกรุ่นที่ออกสู่ตลาดแล้วก่อนหน้านั้นก็คือ ViVO Legacy หันมาใช้ชิปเซ็ต SMP8643 ของ Sigma Design โดยมีหน่วยความจำที่ฝังมากับชิป 512MB. อันเป็นหน่วยประมวลผลความเร็ว 667 MHz. ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปสำหรับเครื่องเล่นไฮเดฟหนึ่งในสองรายที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด โดยทั้งสองรายต่างมีจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง ซึ่ง Sigma Design จะโดดเด่นในด้านของภาพ คือโดยธรรมชาติของชิปเซ็ตแล้ว ภาพที่ได้จากเจ้าตัว Sigma Design จะมีสีสันที่ดีกว่า เช่น สีดำที่มีความดำเข้ม ส่วนสีอื่นๆ ก็จะมีความเต็มอิ่มเป็นธรรมชาติ ไม่สดจัดจ้านจนเหมือนกับผ่านการปรุงแต่งมา และด้วยความเร็วของตัวชิปประมวลผลที่ 667MHz. ซึ่งเร็วที่สุดในปัจจุบัน เมื่อประกอบด้วยหน่วยความจำที่มากกว่าคือ 512 MB. ทำให้การเก็บข้อมูลในบัฟเฟอร์ได้มากกว่า จึงทำให้ภาพเคลื่อนไหวมีความต่อเนื่องเป็นธรรมชาติดีกว่า
หน้าตาเฟิร์มแวร์ของ ViVO Legacy จะดูแปลกไปจากรุ่นก่อนๆ แต่ในส่วนของภาษาไทยยังคงมีความสวยงาม ถูกต้องดีเหมือนรุ่นก่อนๆ การเลือกเมนูรายชื่อภาพยนตร์นั้น สามารถเลือกได้ถึงสี่แบบ คือเป็นตัวหนังสือล้วนตัวหนังสือพร้อมภาพปก เป็นต้น โดยเพียงกดปุ่มสีบนรีโมต โดยไม่ต้องเข้าออกเมนูหลายชั้น แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถชมพรีวิวจากรายชื่อได้ มีเพียงบอกเป็นประเภทไฟล์ว่าเป็นไฟล์ฟอร์แมตไหน ความยาว/ความจุเท่าไรเท่านั้น

– ในด้านของการชมภาพยนตร์นั้น อย่างที่เรียนข้างต้นว่าความโดดเด่นของชิปเซ็ตตัวนี้คือ ด้านภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเราสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่เริ่มแรก คือ เพียงแค่เห็นป้ายสุนัขจิ้งจอกยุคศตวรรษที่ 20 (20th Century Fox) ก็สามารถมองเห็นโหงวเฮ้งได้ชัดเจนแล้ว เพราะตัวหนังสือสีเหลืองทองที่ถูกขับเด่นออกมาจากพื้นสีเข้ม และเมื่อชมภาพยนตร์แล้ว สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือ สีสันที่อิ่มเป็นธรรมชาติดูแล้วรู้สึกสบายตาเหมือนกับชมจากฟิล์มภาพยนตร์ ดังเช่น ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Toy Story 3 นั้น นอกจากตัวการ์ตูนที่สวยงามแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ มีความลึกจนดูเหมือนกับสามมิติ ส่วนความเคลื่อนไหวนั้น แม้ไม่อาจเทียบกับเครื่องเล่นบลู-เรย์ราคาแพงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่หากไม่เพ่งสังเกตก็แทบจะมองไม่เห็นรอยหยักของภาพเลย เรียกว่า ถ้าอยากเห็นจุดอ่อนก็ต้องตั้งใจจ้องจับผิดสักนิดถึงจะเห็น ViVO Legacy น่าจะเหมาะอย่างยิ่งกับไฟล์ฟอร์แมตที่เป็น Full Rip จากแผ่นบลู-เรย์โดยตรง เพราะสามารถเรียกคุณสมบัติของบลู-เรย์ออกมาได้เต็มๆ เช่น การใช้ BD Live การเรียกเปิดเมนูหลัก เมนูย่อยของแผ่นจากรีโมต การเปิดดูฟีเจอร์พิเศษในแต่ละฉากจากปุ่มสีทั้งสี่ปุ่ม ตลอดจนฐานข้อมูลที่บรรจุอยู่ในแผ่นบลู-เรย์ เช่น ตอนผมชมภาพยนตร์เรื่อง iRobot ผมต้องการดูเรื่องราวเกี่ยวกับรถ Audi ผมก็
เพียงกดปุ่มสีฟ้าบนรีโมต เมื่อขึ้นตัวอักษรให้เลือก เราก็เลือก C เพื่อหาคำว่า Car และเข้าสู่ข้อมูลทีละชั้น และจะแสดงรายชื่อฉากที่มีรถ Audi ทั้งหมดให้เราเลือกชมได้

– นอกจากคุณภาพด้านภาพที่ทำได้ดีมากๆ แล้ว ในด้านเสียงนั้น ก็ไม่ได้แพ้กันเลย หากจะใช้คำบรรยายอาจมองเห็นภาพได้ลำบากสักนิด ขอให้ลองคิดถึงการเล่นแผ่นดีวีดีจากเครื่องเล่นระดับราคาพันกว่าบาทกับเครื่องราคาหลักหมื่นเสียงที่ได้จะแตกต่างกันประมาณนั้นแหละ คือ ViVO Legacy ให้เสียงที่มีความหนัก ลึก มีมิติดีมากเหมือนกับเครื่องระดับราคาแพง เล่นไปเพลินๆ พาลทำให้หลงลืมจนคิดว่ากำลังชม
จากเครื่องเล่นบลู-เรย์ราคาแพงเสียอีก และด้วยความเหมือนของมันกับเครื่องเล่นบลู-เรย์ แม้เวลาเล่นไฟล์ Full Rip เวลาโหลดยังต้องรอเหมือนกับเล่นจากแผ่นบลู-เรย์เลย และบางแผ่น (บางเรื่อง) จะขึ้นคำเตือนว่า อาจต้องรอ 2-3 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่นของเรา ส่วนบางเรื่องที่ไม่มีคำเตือนอาจทำให้เราตกใจนึกว่า เครื่องเป็นอะไรไปตัวรีโมตที่มาพร้อมเครื่องนี้ รูปร่างหน้าตาจะเหมือนกับของซัมซุง และปุ่มต่างๆ มีมากจนรู้สึกมากเกินไป เพราะบางปุ่มให้มาเป็นการเผื่อสำหรับเครื่องเล่นอื่นที่ต่อพ่วง และที่ไม่คุ้นก็คือ เวลาเล่นไฟล์แบบ Full Rip กับไฟล์ฟอร์แมตอื่นปุ่มต่างๆ กลับใช้แตกต่างกันในหลายปุ่ม เช่น ปุ่ม Home,Return เป็นต้น จนบางครั้งก่อนจะกดต้องนึกก่อนว่ากำลังเล่นไฟล์ฟอร์แมตอะไรอยู่ดังนั้น หากใครที่ต้องการซื้อเครื่องเล่นไฮเดฟ โดยเป้าหมายของคุณคือ ไฮเดฟที่เป็นไฮเดฟจริงๆ โดยเฉพาะใน
ด้านของภาพ โดยอาจต้องมองข้ามลูกเล่นอื่นๆ เช่น การชมคลิปหรือภาพผ่านเน็ต การบันทึกรายการ เป็นต้น ก็ต้องขอแนะนำว่า ViVO Legacy ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Sigma Design SMP8643 ตัวนี้คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับด้านการชมรายการ หรือรับชมข่าวสารผ่านเน็ตดังเช่นที่ ViVO รุ่นอื่นมีให้นั้น เท่าที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารของ ViVO เชื่อว่าคงจะปรับปรุงตัวเฟิร์มแวร์ใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้…

Advertisements
%d bloggers like this: